แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำสอน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

คำสอน " อะไรก็ไม่เท่า... " โดยพระอาจารย์ว.วัชรเมธี

อะไรก็ไม่เท่า...


ได้อะไรก็ไม่เท่า ได้คิด
เสียอะไรก็ไม่เท่า เสียสามัญสำนึก (ไม่รู้ดีรู้ชั่ว)

มีอะไรก็ไม่เท่า มีบุญ
รู้อะไรก็ไม่เท่า รู้สึกตัว (mindfulness)

เจ็บอะไรก็ไม่เท่า เจ็บใจ
หนาอะไรก็ไม่เท่า หนาทิฐิ

กลัวอะไรก็ไม่เท่า กลัวใจตัวเอง
สูงอะไรก็ไม่เท่า ใจสูง

ร้อนอะไรก็ไม่เท่า ร้อนเสน่หา
กินอะไรก็ไม่เท่า กินสินบน

จนอะไรก็ไม่เท่า จนปัญญา
บ้าอะไรก็ไม่เท่า บ้าอำนาจ

ติดอะไรก็ไม่เท่า ติดการพนัน
ขาดอะไรก็ไม่เท่า ขาดความรู้

ดูอะไรก็ไม่เท่า ดูจิต 
หลงอะไรก็ไม่เท่า หลงตัวเอง

เห็นอะไรก็ไม่เท่า เห็นผิดเป็นชอบ
ตอบอะไรก็ไม่เท่า ตอบแทนบุญคุณ

ให้อะไรก็ไม่เท่า ให้ธรรมะเป็นทาน
สุขอะไรก็ไม่เท่า สุขภาพ
read more

คำสอน " จิตใสไร้ทุกข์ " โดยพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก



จิตใสไร้ทุกข์



ถ้าเรามีปัญญาเข้าใจแล้ว จะมีความรู้สึกชัดเจนว่า ความรู้สึกน้อยใจ โกรธ กลัว เหล่านี้เกิดขึ้นจากจิตใจของเราเอง ไม่ใช่เขาพูดไม่ดี คำพูดไม่ดี สิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เราได้ยิน ก็เป็นแค่เพียงยาระบาย คำนินทาก็เป็นยาระบาย ความรู้สึกไม่พอใจเกิดขึ้นจากจิตใจภายในของเรา เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ทุกอย่างที่เราเห็นเราได้ยิน ก็เป็นเพียงแค่สิ่งกระตุ้นจิตใจ เปรียบเหมือนยาระบาย เปรียบเหมือนการฝังเข็มที่ต้องกระตุ้น ความรู้สึกไม่พอใจ ไม่สบายใจต่างๆ เกิดขึ้นจากภายในจิตใจของเรา เหล่านี้เป็นสิ่งปฏิกูลทางจิตใจ หากเราหยุดคิด ให้มีความรู้สึกชัดเจน เพียงครู่เดียวก็หาย เบาใจ สบายใจ เมื่อมีใครนินทาแล้วเกิดความรู้สึกไม่พอใจ ถ้าเราไม่คิดต่อก็สบายใจ หรือถ้าคิดก็จะต้องคิดดี คิดถูกว่าเป็นแค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากภายในจิตใจของเรา สิ่งภายนอกเป็นเพียงสิ่งกระตุ้นเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราอยู่ในป่าแล้วได้ยินเสียงตุ๊กแก ความรู้สึกต่างๆ ก็เกิดขึ้น แต่ละคนอาจรู้สึกไม่เหมือนกัน คนหนึ่งอาจได้ยินเสียงตุ๊กแกแล้วรู้สึกไม่ชอบ เพราะตุ๊กแกทำให้สถานที่สกปรก ต้องทำความสะอาด เมื่อได้ยินเสียงตุ๊กแกก็นึกภาพว่าตุ๊กแกเป็นอุจจาระ แล้วก็นึกไม่ชอบตุ๊กแก อีกคนหนึ่งอาจจะได้ยินเสียงตุ๊กแกแล้วเริ่มไม่ชอบตุ๊กแก เพราะรบกวนสมาธิ น่ารำคาญ อีกคนหนึ่งนึกถึงตอนเด็กๆ ว่าเคยกินตุ๊กแก อร่อยดี อีกคนหนึ่งเคยจับตุ๊กแกขาย 

เมื่อได้ยินเสียงตุ๊กแกก็จะนึกไปว่ามีกี่ตัว ถ้ามี ๕ ตัว เฉลี่ยตัวละ ๕๐ บาท ก็จะได้ ๒๕๐ บาท อาจจะตีราคาเป็นเงินได้ อีกคนหนึ่งที่กลัวตุ๊กแกก็จะอยู่วัดไม่ได้ทั้งๆ ที่ใครๆ ก็อยู่ได้ เด็กผู้หญิงก็อยู่ได้ บางคนรู้ว่าตุ๊กแกอยู่บริเวณที่พักก็กลัวจนนอนไม่หลับ อยู่ไม่ได้ เพราะแม่บอกว่าตุ๊กแกน่ากลัว ถ้ากัดแล้วจะไม่ปล่อยจนกว่าฟ้าจะร้อง ที่วัดก็เคยมีชาวต่างชาติเป็นฝรั่งคนหนึ่งมาพักที่วัด ตอนเช้าก็มาคุยกับอาจารย์ว่า ผมมีความสุขมาก ธรรมชาติดีมาก ตอนเช้าอากาศเย็น ได้ยินเสียงนก เสียงตุ๊กแก มันเป็นธรรมชาติ มีความสุข

ความรู้สึกนึกคิดของเราแต่ละบุคคลก็คนละจิตกัน คิดไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในอดีตว่าเราเคยใช้ชีวิตอย่างไร ความรู้สึกนึกคิดมันก็เกิดขึ้น เราต้องเข้าใจว่าความรู้สึกต่างๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะความไม่สบายใจนี้เกิดจากจิตใจของเรา เราจะไม่ส่งจิตออกไปรัก กลัว โกรธคนอื่น ต้องพยายามโอปนยิโก คือพยายามน้อมเข้ามาดูความรู้สึกโกรธ กลัว น้อยใจ เสียใจ โดยเข้าใจว่าความรู้สึกเหล่านี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ถ้าเราทำใจสงบนิ่งเพียงครู่เดียว ความไม่สบายใจก็หายไป ถ้าจะคิดก็คิดดีคิดถูก คิดดีคิดถูกก็เพื่อทำให้จิตใจสบาย มีความสุขใจ ถ้าเราเข้าใจจิตใจของเราเองแล้ว ก็จะสามารถทำจิตใจให้มีความสบายใจ มีความสุขใจได้
read more

วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

คำสอน " ทำไมน้ำตกจึงสวย " โดยพระอาจารย์ว.วชิรเมธี

ทำไมน้ำตกจึงสวย





รู้ไหม...? 
ทำไมน้ำตกถึงสวย... 

พ่อ : รู้มั้ยลูก...ทำไมน้ำตกถึงสวย... 
ลูก : ก็เพราะมันเป็นน้ำตกไงคะพ่อ... 
พ่อ : ไม่ใช่หรอกลูก... 
>>>…ที่น้ำตกสวยน่ะ... 
>>>…เพราะน้ำตกไม่ยอมเก็บน้ำไว้ในชั้นของตัวเองต่างหาก... 
ลูก : หมายความว่าไงคะพ่อ... 
พ่อ : ลูกสังเกตไหมล่ะว่า... 
>>>…เวลาน้ำตกตกลงมาจากชั้นหนึ่งแล้ว... 
>>>…น้ำนั้นก็จะถูกส่งต่อลงไปอีกชั้นหนึ่งทันที.. 
>>>…เพราะวิธีนี้ที่น้ำตก...ไม่เห็นแก่ตัว... 
>>>…แต่ยอมส่งน้ำที่ตกมาจากชั้นอื่น..แล้วส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ อย่างนี้... 
>>>…น้ำตก..ถึงสวย... 
>>>…และน้ำตก..จึงยังคงเป็นน้ำตก...ที่มีเสน่ห์..ไงละ 

ข้อคิดจากเรื่องนี้... 
อย่าลืมน่ะลูก... 
ถ้าลูกอยากให้ตัวเองเป็นคนที่น่ารัก... 
ลูกควรจะเป็นอย่างน้ำตก.. 
หากมีสิ่งดี ๆ ตกมาถึงตัวลูก... 
อย่าเก็บสิ่งดี ๆ นั้นไว้..คนเดียว.. 
ลูกต้องเรียนรู้ที่จะ...แบ่งปัน...ออกไปให้มากที่สุด 
มีก็แต่คนที่ “ให้” ออกไปเท่านั้นแหละ...ลูก.. 
จึงจะเป็นคนที่ “ได้รับ” อย่างแท้จริง... 
read more

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555

คำสอน " มนุษย์ต้องมีความรัก " โดยพระอาจารย์ว.วชิเมธี

มนุษย์ต้องมีความรัก


            ทำไมมนุษย์ถึงต้องมีความรัก?      คำตอบก็คือ...

1. มนุษย์นั้นยังเป็นปุถุชนที่มีสัญชาตญาณพื้นฐานคือ ความรัก ความโลภ ความโกรธ และความหลง

2. มนุษย์นั้นยังต้องการที่พึ่งพิงหรือต้องการสมณะที่พึ่ง

3. มนุษย์นั้นต้องการความมั่นคง   ในจิตใจ   ในชีวิต

4. มนุษย์มีรากร่วมทางวัฒนธรรมบางอย่างร่วมกัน   เช่น  สายเลือดเดียวกัน   ชาติเดียวกัน   ศาสนาเดียวกัน   ภาษาเดียวกัน

5. มนุษย์นั้นยังคงรู้สึกพร่องอยู่เสมอ

            ด้วยปัจจัยทั้ง 5 นี่แหละที่ทำให้มนุษย์ยังคงเวียนไหว้ในวัฎจักรของความรักอย่างไม่จบไม่สิ้น   เราจะสามารถหลุดพ้นออกจากวัฎจักรของความรักก็ต่อเมื่อเราบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์

            รักแท้คือเมตตา
                                    เมตตาที่สากล
                                                            จะทำให้เรารักคนได้ทั้งโลก
read more

คำสอน " ศัลยกรรมใจ " โดยพระอาจารย์ว.วชิรเมธี

ศัลยกรรมใจ



         เดี๋ยวนี้คนไทยจำนวนมากนิยมไปทำศัลยกรรมตกแต่งหน้าตาตลอดจนรูปร่างสังขารให้ดูสวยสง่างาม

         ศัลยกรรมนั้นเป็นสิ่งที่มำได้   แต่ไม่ควรจะมากเกินไปจนกลายเป็นการเสพติด   หรืออีกประการหนึ่งก็คือ   ในเมื่อคุณพร้อมหรือเลือกที่จะศัลยกรรมกายก็ไม่ควรจะทิ้งไว้แค่นั้น   ควรหันกลับมาศัลยกรรมใจด้วย

         กิเลสชนิดไหนที่ทำให้คุณขาดจริยธรรม   ก็ควรจะศัลยกรรมกิเลสชนิดนั้นออกไป   เช่น  

                     ความโลภ      ควรศัลยกรรมด้วย     การให้
                     ความโกรธ     ควรศัลยกรรมด้วย     เมตตา
                     ความหลง      ควรศัลยกรรมด้วย     ปัญญา

         ศัลยกรรมนั้นเราสามารถทำได้ทั้งข้างนอกและข้างใน   และถ้าทำศัยกรรมทั้งข้างนอกทั้งข้างใน   คุณก็จะสวยตลอดไป   เพราะรู้จักศัลยกรรมใจด้วยธรรม
read more

คำสอน " เคยทำผิดร้ายแรง " โดยพระอาจารย์ว.วชิรเมธี

เคยทำผิดร้ายแรง





         ในฐานะที่เป็นปุถุชน   เราทุกคนมีโอกาสทำผิดกันได้   แต่สำหรับคนที่เป็นปุถุชนและมีปัญญา   เขาจะถือหลักว่า
                                            “ ความผิดนั้นมีไว้เพื่อเรียนรู้   ไม่ใช่มีไว้ให้ซ้ำเติมตัวเอง ”
          และนอกจากนั้นก็อยากจะให้กำลังใจว่า   เมื่อเราผิดไปแล้วไม่ได้หมายความว่าเราจะลุกขึ้นมาเป็นคนดีไม่ได้   ขอให้จงดูดั่งองคุลีมาลซึ่งครั้งหนึ่งท่านเคยเป็นมหาโจร   แต่วันหนึ่งพอท่านกลับใจท่านก็กลายเป็นพระอรหันต์
            เพราะฉะนั้นก็อยากจะย้ำเอาไว้ตรงนี้ว่า
                                                     “ ความผิดนั้นมีไว้แก้ไช   ไม่ได้มีไว้แก้ตัว”
           จงเรียนรู้จากองคุลีมาลว่า  
“ องคุลีมาลยังกลับใจ   แล้วคุณเป็นใครไม่กลับตัว ”
read more

คำสอน " หักอกคนอื่น " โดยพระอาจารย์ว.วชิรเมธี

หักอกคนอื่น






          การหักอกนั้นจะถือว่าบาปหรือไม่ก็ต้องมาพิจารณาตามเจตนาเป็นสำคัญ   ถ้าใครคนใดคนหนึ่งผูกสมัครรักใคร่กับใครคนหนึ่ง   แล้ววางเจตนารมณ์เอาไว้แต่ต้นว่า  เมื่อสมปรารถนาก็จะผละจากเขาไป   ใครที่วางเจตนาไม่ดีแต่ต้นเช่นนี้   พอหักอกเขาก็เท่ากับว่าเป็น   บาปเต็มประตู


          แต่ทีนี้หากลองคบกันไป   รักกันไป   เรียนรู้กันไปแล้วสักพักใหญ่ แล้วได้บทสรุปว่า   ถึงอย่างไรเราก็ไปกันไม่ได้จริงๆ จึงต้องเลิกร้างห่างเหินกันไป   ในกรณีนี้ถือว่า   ไม่บาป  


          เพราะฉะนั้นต้องใช้วิจารณญาณอย่างถ้วนถี่

          อยากจะย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า   ก่อนเลือกคู่ครอง   ก่อนเลือกคู่รัก   จงลืมตาทั้งสองข้าง
                                                    แต่เมื่อเลือกแล้ว   ก็จงปิดตาเสียข้างหนึ่ง

                                                   
read more

คำสอน " กำลังใจ " โดยพระอาจารย์ว.วชิรเมธี

กำลังใจ
        

          ในยามวิกฤติสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ....กำลังใจ.... เราอาจจะสูญเสียบ้าน   สูญเสียรถ   สูญเสียทรัพย์สินเยอะแยะมากมาย   แต่ถ้าเรายังคงมีกำลังใจที่ดี   เราก็สามารถแสวงหาสิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมด   แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราสูญเสียกำลังใจ   ถึงจะมีทรัพย์สินสมบัติมากมายเราไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นสู้
read more

วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555

คำสอน " วิธีง่ายๆ ในการลืมความหลัง " โดยพระอาจารย์ว.วชิรเมธี



วิธีง่ายๆ ในการลืมความหลัง.....




          ความหลังก็คงไม่ต่างอะไรกับทากตัวน้อยๆ หมายความว่า ทากมันจะเกาะและกัดใครคนใดคนหนึ่งอย่างยาวนานก็ต่อเมื่อคนๆ นั้น ยัง “ไม่รู้สึกตัว” ต่อเมื่อเรารู้สึกตัวนั่นแหละ วันเวลาของทากตัวนั้นก็ย่อมจะหมดลง

          คนที่ยังปล่อยให้อดีตอันปวดปร่ามาทำร้ายชีวิตในปัจจุบันขณะได้ ก็คือคนที่ “ยังไม่รู้สึกตัว” เท่านั้น สำหรับคนที่ “รู้สึกตัว” อยู่เสมอ ไม่มีทางหรือเป็นไปไม่ได้เลยที่คมมีดแห่งอดีตจะกรีดใจให้เจ็บปวด

วันนี้มีวิธีง่ายๆ มาแนะนำ



(๑) หาอะไรทำอยู่เสมอ
         เป็นวิธีแยกจิตออกมาจากความหลัง เมื่อพรากจิตจากความหลังมาอยู่กับการทำงานจนชิน จิตก็ไม่ฟุ้ง ไม่ย้อนกลับไปในอดีตอีก เมื่อจิตจดจ่ออยู่กับงานที่ทำอยู่ตรงหน้า จิตก็ผ่องใส หากทำได้บ่อยๆ ความเข้มข้นของบาปในอดีตก็จะเจือจางลงไปโดยอัตโนมัติ

(๒) ฝึกสมถสมาธิ 
           ฝึกสมาธิด้วยการบริกรรมหรือการเพ่งอะไรก็ได้ที่ทำให้จิตใจมีที่ พัก ที่เกาะ ที่พึ่ง ที่ยึดเหนี่ยว วิธีที่นิยมใช้ก็คือ การบริกรรม “พุท” เวลาหายใจเข้า และ “โธ” เวลาหายใจออก หรือจะใช้คำอื่นใดก็ได้ที่เมื่อบริกรรมในใจแล้ว ทำให้จิตหายฟุ้งซ่าน แน่วแน่ เป็นหนึ่ง ผ่องใส เมื่อฝึกจนจิตนิ่ง และผ่องแล้ว จิตจะมีความสุขอยู่กับ ปีติสุข มีความแช่มชื่นเบิกบาน ผ่อนคลาย เมื่อจิตได้กำซาบความสุชนิดใหม่ที่เกิดจาก สมาธิภาวนาอยู่เสมอแล้ว ความผิดบาปในใจก็ไม่ลอยฟุ้งซ่านมากัดกร่อนปัจจุบันได้ อย่างเดิมอีก

(๓) ฝึกวิปัสสนาสมาธิ
          หาโอกาสพาตัวเองไป “เข้าเงียบ” กับครูบาอาจารย์ทางด้านวิปัสสนาอย่าง เข้มข้น เมื่อฝึก “ดูใจ” ตัวเองจนรู้เท่าทันอาการทางจิต เช่น คิดก็รู้ ฟุ้งซ่านก็รู้ กลัวก็รู้ มัวหมองก็รู้ ผ่องใสก็รู้ ฯลฯ เมื่อเราสามารถอ่านความเป็นไปของจิตได้ อย่างละเอียดลออลึกซึ้งถึงขั้นพอจิตกระเพื่อม ใจก็ตัดฉับ รู้เท่าทัน จนเหลือแต่ ตัว “สติ” ล้วนๆ อยู่ตลอดเวลา หากทำได้ดังว่าเช่นนี้ คุณก็เหมือนคนที่ “ตื่นแล้ว” จากความหลังอันทุกข์ตรมขมไหม้โดยสิ้นเชิง ในสังคมไทยทุกวันนี้ มีคน ที่จมอยู่ในอดีตจำนวนมาก ที่ได้พรากตัวเองออกจากอดีตอันแสนเจ็บปวดด้วยการ ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน แล้วต่างก็ค้นพบว่า คนเราสามารถเป็นอิสระได้ไม่ใช่แค่ จากอดีตที่ไม่อยากจำเท่านั้น ทว่าเรายังสามารถเป็นอิสระได้แม้จากความ ทุกข์ทุกชนิดที่คอยบั่นทอนชีวิตให้ขาดชีวาได้อีกด้วย ทั้งนี้ โดยวิธีง่ายๆ ที่ เรียกว่า การดูใจตัวเอง (วิปัสสนาสมาธิ) ให้เป็นเท่านั้น





ที่มา :สถาบันวิมุตตาลัย
read more

คำสอน " 7 มหัศจรรย์แห่งชีวิต และ 7 หลักคิดจาก ว.วชิรเมธี "

7 มหัศจรรย์แห่งชีวิต และ 7 หลักคิดจาก ว.วชิรเมธี







1. ความคิดดีๆ เป็นที่มาแห่งความสุข 
          เมื่อเรามีความคิดดีๆ โลกก็จะดีตามอย่างที่เราคิด ดังที่ท่านว่าไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า “โลกเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่าเราใส่แว่นตาสีอะไรมองโลก หากมองโลกในแง่ดี ชีวิตมีแต่สิ่งรื่นรมย์ หากมองโลกในแง่ร้าย ชีวิตมีแต่ความวุ่นวายและทุกข์ระทม”

2. ปัญญาดีย่อมมีความสุข 
         คนมีปัญญาย่อมใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาเพื่อให้พ้นทุกข์ ดังนั้น สำหรับคนมีปัญญา วิกฤตอยู่ไหน ปัญญาอยู่นั่น ส่วนคนด้อยปัญญา โอกาสอยู่ไหน วิกฤตอยู่นั่น จงเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา เปลี่ยนอุปสรรคเป็นอุปกรณ์

3. ชีวิตของคนดีคือชีวิตที่มีความสุข 
         ดังท่านว่า ดอกไม้หอมได้บางดอก แต่มนุษย์หอมได้ทุกคน หากเขาเป็นคนดี กลิ่นดอกไม้แม้หอมขนาดไหน ก็หอมได้แต่ตามลมเท่านั้น ส่วนกลิ่นความดีของคนดีนั้น หอมหวนทวนลม ฟุ้งกระจายไปในทิศทั้งสี่ ดอกไม้ผลิบานแล้วไม่นานก็ร่วงโรย แต่ความดีของคนนั้น สถิตเป็นนิรันดร์เหนือกาลเวลา

4. ปฏิสัมพันธ์ดีก็มีความสุข 
          ซึ่งเป็นการเลือกคบมิตร โลกนี้มีมิตรอยู่ 3 ประเภทคือ 1. ปาปมิตร เพื่อนชั่ว จงอย่าคบ 2. กัลยาณมิตร เพื่อนดี จงคบ 3. พันธมิตร เพื่อนที่ผูกพันกันด้วยผลประโยชน์ จงระวัง

5. ทำงานดีก็มีความสุข 
          ท่านว่าไว้ คนจำนวนมากเป็นทุกข์ขณะทำงาน แต่เบิกบานเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ โดยหารู้ไม่ว่า ในหนึ่งสัปดาห์มีเสาร์-อาทิตย์แค่สองวัน จงเป็นสุขขณะทำงาน จงเบิกบานขณะหายใจ

6. มองโลกในแง่ดี ชีวิตมีความสุข 
          ดังผู้รู้ท่านหนึ่งกล่าวว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มันถูกอยู่แล้ว มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด ใครทำความเข้าใจคำกล่าวนี้ได้อย่างลึกซึ้ง คนนั้นจะไม่ทุกข์ และเขาจะไม่หวั่นไหว ในความผันแปรของชีวิต สิ่งใดเกิดขึ้นมาเขาจะอุทานอยู่เสมอว่า “มันเป็นเช่นนั้นเอง”

7. ครอบครัวดีทวีความสุข 
          ครอบครัวคือพื้นฐานสำคัญของชีวิต บุตรธิดาคืออนุสาวรีย์ของพ่อแม่ หากลูกเป็นคนดี อนุสาวรีย์ของพ่อแม่ก็งดงาม หากลูกเลวทราม อนุสาวรีย์ของพ่อแม่ก็อัปลักษณ์

ที่มา : ธรรมจักร
 
read more

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

คำสอน " การทำเสน่ห์ " โดยพระอาจารย์ว.วชิรเมธี

การทำเสน่ห์

          ใครๆ ก็อยากเป็นคนที่มีเสน่ห์   วันนี้จึงขอแนะนำเคล็ดลับสำหรับการทำเสน่ห์ด้วยวิธีทำเสน่ห์ทั้ง 5 ประการ

1. ยิ้มแย้มแจ่มใส   เหมือนกับพระพักตธานทุกองค์ล้วนยิ้มละไมอยู่ตลอดเวลา

2. ทักก่อน    คือเจอใครให้รู้จักโอภาปราศรัย

3. อ่อนน้อม   ให้รู้จักเคารพนบน้อมเจอใครให้ไหว้ก่อน

4. พร้อมบริการ   ก็คือเห็นคนอื่นทำอะไร   ถ้าเราพอจะช่วยได้ก็ไม่ใจจืดใจดำต้องก้าวเข้าไปช่วยเหลือ

5. เบิกบานด้วยมุฑิตา   คือเห็นใครได้ดีและมีความสุขความเจริญก็ไม่อิจฉาริษยาแต่พลอยอนุโมทนาเสมอไป


ถ้าใครทำได้ทั้ง 5 ประการนี้จะได้เป็นคนที่มีเสน่ห์ที่น่าคบหาในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ
read more

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555

คำสอน " รักแท้ ของแม่เรา "

รักแท้ ของแม่เรา


ลูกเจ็บไข้ . . . แม่ก็ให้การรักษา
ลูกโตมา . . . แม่ก็ส่งเรียนหนังสือ
ลูกต้องการ . . . ตำราแม่หาซื้อ
ลูกปรึกษา . . . หารือ . . . แม่ยินดี 


ลูกคนใดกระทำ . . . กรรมแก่แม่
ลูกเลวแท้ . . . ชั่วช้า . . . สิ้นราศี
ลูกด่าแม่ . . . ลูกตีแม่ . . . ลูกกาลี
ลูกไม่ดี . . . ทำแม่ช้ำ . . . น้ำตานอง

 

น้ำตาแม่ . . . รินไหล . . . เมื่อลูกร้าย
น้ำตาแม่ . . . เป็นสาย . . . เมื่อลูกหมิ่น
น้ำตาแม่ . . . หลั่งลง . . . รดแผ่นดิน
เมื่อได้ยิน . . . ลูกเสเพล . . . เนรคุณ

 

ที่มา : ธรรมจักร
read more

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

คำสอน " การเตรียมตัวตายให้เป็น "

การเตรียมตัวตายให้เป็น



1. รู้ว่าอะไรเป็นชั่ว   ทั้งเลิก  ทั้งละให้หมด


2. ทำความดีให้เยอะๆ ใจจะได้ใส   ใจจะไดเกาะอยู่กับบุญ


         ไม่เคยให้ทานก็ให้เสีย   ไม่เคยให้อภัยก็ให้เสีย   อย่าไปจองเวรจองกรรมกับใคร   ไม่เคยรักษาศีลก็


รีบรักษา   ถ้าไม่เคยนั่งสมาธิก็ขอให้นั่งสมาธิ   เพิ่มความดีเข้าไปเรื่อยๆ ใจจะได้ใส

" จิตใจผ่องใส   ย่อมมีสุคติเป็นที่ไป "
read more

วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

คำสอน " น้ำเป็นครู " โดยพระอาจารย์ว.วิชรเมธี


น้ำเป็นครู



น้ำไหลมาอย่าให้ใจไหลไป

ความทุกข์ยิ่งใหญ่ไม่อยู่ยืนยาว

อยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝนพราว

ตะวันสกาวความทุกข์จะคลาย

ปัญหาคือยาวิเศษ

รู้จักสังเกตปัญหาจะหาย

ไทยสามัคคีความดีประกาย

พอน้ำมลายความสุขจะคืน

อย่าหวั่นอย่าไหวเมื่อใจยังอยู่

มีน้ำเป็นครูเรียนรู้ให้ตื่น

จะทุกข์หนักหนาแต่ถ้าหยัดยืน

เพราะไทยจะคืนด้วยไทยช่วยไทย

เพราะไทยจะคืนด้วยไทยกู้ไทย

โดยพระอาจารย์ว.วชิรเมธี    
read more

คำสอน " อายุของคนเรานั้นสั้นนัก "

          พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า   อายุของคนนั้นสั้นนัก   อุปมาเหมือนน้ำค้างบนยอดหญ้าในยามเช้า   พอสายหน่อยถูกแดดเข้าเดี๋ยวเดียวแห้งหมดเลย



          หายใจเข้า   ถ้าไม่หายใจออก   ก็ตาย!!
                                      
                                    ถ้าหายใจออก   แล้วไม่หายใจเข้า   ก็ตาย!!

                                                               ถ้าทั้งหายใจไม่เข้า   ทั้งหายใจไม่ออก   ก็ตาย!!เร็วหนักเข้าไปอีก

          แล้วก็ช่วงหายใจเข้า - หายใจออกยาวๆ นี่แค่ 15 วินาที   นี่อย่างยาวแล้วนะ   นั่นคือ   อายุจริงๆ ของเรา   อายุจริงๆ ของเราเท่าไหร่   ก็หายใจเข้า 15 วินาที  แล้วก็หายใจออก 15 วินาที   แค่นั้นแหล่ะ   เพียง 15 วินาทีที่พร้อจะหยุดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
read more

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

คำสอน " SHOP สนุก...ทุกข์ถนัด " โดยพระอาจารย์ว.วชิรเมธี

" SHOP สนุก...ทุกข์ถนัด "



          โลกในยุคทุนบริโภค   มนุษย์เราถูกกระตุ้นให้อยากได้แล้วก็หลอกให้ซื้อ    ทำให้คนจำนวนมากกลายเป็นโรคใหม่ๆ ที่เราเรียกกันว่า " บ้า SHOPPING "  ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถระงับโรคบ้า SHOPPING ได้สำเร็จ


          1. สิ่งที่เรากำลังจะซื้อเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตจริงๆ แต่ถ้าจำเป็นการวิ่งตามความอยากก็ควรจะหักห้ามใครตนเอง


         2. ควรจะบอกตนเองเสมอว่า  โลกของการแสวงหาความสุขนั่นไม่ได้มีอยู่เพียงความสุขที่เกิดจากการ SHOPPING  ตามใจฉันเท่านั้น


          3. จะซื้ออะไรต้องถามใจตนเองว่ากระทบต่อสถาภาพทางการเงินหรือไม่   ถ้ากระทบก็ต้องหักห้ามใจ


          แต่ถ้าทบทวนด้วยคติธรรมทั้ง 3 ประการแล้ว   โรคบ้า SHOPPING ยังไม่หาย   ก็ขอให้คติธรรมง่ายๆ ว่า   SHOP สนุกจะทุกข์ถนัด   SHOP จำกัดจะสุขสว่าง
read more

คำสอน " เด็กแว๊น" โดยพระอาจารย์ว.วชิรเมธี

เด็กแว๊น



          คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเป็นเด็กแว๊น   ขอแนะนำว่าวิธีที่จะแก้ปัญหาเด็กแว๊นนั่นคงต้องย้อนกลับเข้ามา   พิจารณาตัวเองเป็นเรื่องๆ ไป


ประการที่ 1 คงต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่า   เราเลี้ยงลูกอย่างไรเขาจึงกลายเป็นเด็กแว๊น


ประการที่ 2 อย่าตำหนิลูก   อย่าด่าลูก   ขอให้เปลี่ยนคำด่าเป็นคำแนะนำ


ประการที่ 3 อย่าใช้ความรุนแรง


ประการที่ 4 ให้ความรัก   ให้เวลากับลูกให้มาก


" การที่ลูกไปแสวงหาการยอมรับจากภายนอก "


                                                            " นั่นอาจเป็นเพราะว่า  เขาขาดความรักจากภายใน"
read more

คำสอน " เหตุผลที่คนต้องมีเพื่อน " โดยพระอาจารย์ว.วชินเมธี

  " เหตุผลที่คนต้องมีเพื่อน "



1. เหตุผลในทางจิตใจ : นั่นก็เป็นเพราะว่ามนุษย์ยังคงรู้สึกบกพร่อง   ยังต้องการใครสักคนหนึ่งมาเติมเต็ม   ทำให้จิตใจรู้สึกอบอุ่น   รู้สึกมั่นคง   รู้สึกว่าชีวิตนี้มีใครที่มาเห็นคุณค่าของตนเองอยู่ใกล้ๆ 


2. เหตุผลในทางสังคม : เคยมีผู้กล่าวเอาไว้ว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม   ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพบปะด้วยกิจการงานต่างๆ กับคนนั้นคนนี้อยู่เสมอนี่ก็เป็นเหตุให้มนุษย์   ต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นหมู่คณะ   และเป็นสังคม


3. เหตุผลในเรื่องการทำมาหากิน : ถ้าเรามีเพื่อนเวลาเราทำมาหากินประกอบสัมมาอาชีพอะไรก็ตามจะประสบความสำเร็จอย่างง่ายดาย   เหมือนที่สำนวนจีนได้กล่าวเอาไว้ว่า " นกไม่มีขน   คนไม่มีเพื่อน ยากที่จะเลื่อนตัวเองขึ้นสู่ที่สูง "
read more

คำสอน " วิธีเอาชนะความโกรธ " โดยพระอาจารย์ว.วชิรเมธี

วิธีเอาชนะความโกรธ



          หลายคนเวลาที่มีความโกรธเกิดขึ้นมักจะไม่รู้วิธีบริหารจัดการกับความโกรธ   จึงปล่อยให้ตัวเองรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกับความโกรธ   และแทนที่จะจัดการกับความโกรธแต่กลับโดนความโกรธจัดการแทน

          พุทธศาสนาเสนอกุศโลบายคลายความโกรธเอาไว้ว่า  " ถ้าความโกรธเกิดขึ้นต้องจัดการกับความโกรธดังนี้ "

          1. ต้อง " งดพูด "

          2. ต้อง " งดตัดสินใจ "

          3. ต้อง " ต้องเดินออกไปจากสถาการณ์ "

          4. ต้อง " หาอะไรสักอย่างมาทำ "

          5. ต้อง " นั่งสมาธิ "

          ใครที่ทำได้ทั้ง 5 ประการนี้

                                               จะเป็นฝ่ายที่จัดการกับความโกรธ

                                                                                               และไม่ถูกความโกรธจัดการอีกต่อไป

read more

คำสอน " พระจันทร์ " โดยพระอาจารย์ว.วชิรเมธี

พระจันทร์...



          วันนี้พระอาจารย์คติธรรมจากการมองพระจันทร์นำมาแนะนำดังนี้


1. พระจันทร์ส่องแสงนวลใย ... ใครก็ตามที่มองเห็นพระจันทร์ก็มักรู้สึกดีเสมอไป 
   กล่าวคือ... เราควรจะฝึกตนให้เป็นคนที่มีอุปนิสัยละมุนละไมเหมือนแสงจันทร์


2. พระจันทร์ส่องแสงอย่างเสมอภาคต่อคนทั่วโลก
   กล่าวคือ...เราควรจะแผ่ความเมตตาปรารถนาดีต่อคนทั่วโลกเชื่่อว่า มนุษยชาติเปรียบดังญาติของเรา


3. พระจันทร์ดวงเดียวแต่โดดเด่นกว่าดาวนับแสนล้านดวง
   กล่าวคือ...หากรู้จักพัฒนาตนให้เป็นยอดคนที่มีทั้งความรู้ มีทั้งความดี   และมีทั้งความเสียสละ


4. พระจันทร์ส่องแสงโดยไม่เรียกเก็บค่าแสงแต่อย่างใด
   กล่าวคือ...ถ้าเราทำคุณงามความดีต่อใคร   ต้องไม่ยึดติดว่าความดีที่ทำไปแล้วจะมีคนเห็นหรือไม่


ใครที่ทำได้เช่นนี้   จะมีชีวิตเด่นดีดุจดั่งดวงจันทร์
read more
Blogger Template by Clairvo