แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์มิตซูโอะ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

คำสอน " จิตใสไร้ทุกข์ " โดยพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก



จิตใสไร้ทุกข์



ถ้าเรามีปัญญาเข้าใจแล้ว จะมีความรู้สึกชัดเจนว่า ความรู้สึกน้อยใจ โกรธ กลัว เหล่านี้เกิดขึ้นจากจิตใจของเราเอง ไม่ใช่เขาพูดไม่ดี คำพูดไม่ดี สิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เราได้ยิน ก็เป็นแค่เพียงยาระบาย คำนินทาก็เป็นยาระบาย ความรู้สึกไม่พอใจเกิดขึ้นจากจิตใจภายในของเรา เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ทุกอย่างที่เราเห็นเราได้ยิน ก็เป็นเพียงแค่สิ่งกระตุ้นจิตใจ เปรียบเหมือนยาระบาย เปรียบเหมือนการฝังเข็มที่ต้องกระตุ้น ความรู้สึกไม่พอใจ ไม่สบายใจต่างๆ เกิดขึ้นจากภายในจิตใจของเรา เหล่านี้เป็นสิ่งปฏิกูลทางจิตใจ หากเราหยุดคิด ให้มีความรู้สึกชัดเจน เพียงครู่เดียวก็หาย เบาใจ สบายใจ เมื่อมีใครนินทาแล้วเกิดความรู้สึกไม่พอใจ ถ้าเราไม่คิดต่อก็สบายใจ หรือถ้าคิดก็จะต้องคิดดี คิดถูกว่าเป็นแค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากภายในจิตใจของเรา สิ่งภายนอกเป็นเพียงสิ่งกระตุ้นเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราอยู่ในป่าแล้วได้ยินเสียงตุ๊กแก ความรู้สึกต่างๆ ก็เกิดขึ้น แต่ละคนอาจรู้สึกไม่เหมือนกัน คนหนึ่งอาจได้ยินเสียงตุ๊กแกแล้วรู้สึกไม่ชอบ เพราะตุ๊กแกทำให้สถานที่สกปรก ต้องทำความสะอาด เมื่อได้ยินเสียงตุ๊กแกก็นึกภาพว่าตุ๊กแกเป็นอุจจาระ แล้วก็นึกไม่ชอบตุ๊กแก อีกคนหนึ่งอาจจะได้ยินเสียงตุ๊กแกแล้วเริ่มไม่ชอบตุ๊กแก เพราะรบกวนสมาธิ น่ารำคาญ อีกคนหนึ่งนึกถึงตอนเด็กๆ ว่าเคยกินตุ๊กแก อร่อยดี อีกคนหนึ่งเคยจับตุ๊กแกขาย 

เมื่อได้ยินเสียงตุ๊กแกก็จะนึกไปว่ามีกี่ตัว ถ้ามี ๕ ตัว เฉลี่ยตัวละ ๕๐ บาท ก็จะได้ ๒๕๐ บาท อาจจะตีราคาเป็นเงินได้ อีกคนหนึ่งที่กลัวตุ๊กแกก็จะอยู่วัดไม่ได้ทั้งๆ ที่ใครๆ ก็อยู่ได้ เด็กผู้หญิงก็อยู่ได้ บางคนรู้ว่าตุ๊กแกอยู่บริเวณที่พักก็กลัวจนนอนไม่หลับ อยู่ไม่ได้ เพราะแม่บอกว่าตุ๊กแกน่ากลัว ถ้ากัดแล้วจะไม่ปล่อยจนกว่าฟ้าจะร้อง ที่วัดก็เคยมีชาวต่างชาติเป็นฝรั่งคนหนึ่งมาพักที่วัด ตอนเช้าก็มาคุยกับอาจารย์ว่า ผมมีความสุขมาก ธรรมชาติดีมาก ตอนเช้าอากาศเย็น ได้ยินเสียงนก เสียงตุ๊กแก มันเป็นธรรมชาติ มีความสุข

ความรู้สึกนึกคิดของเราแต่ละบุคคลก็คนละจิตกัน คิดไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในอดีตว่าเราเคยใช้ชีวิตอย่างไร ความรู้สึกนึกคิดมันก็เกิดขึ้น เราต้องเข้าใจว่าความรู้สึกต่างๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะความไม่สบายใจนี้เกิดจากจิตใจของเรา เราจะไม่ส่งจิตออกไปรัก กลัว โกรธคนอื่น ต้องพยายามโอปนยิโก คือพยายามน้อมเข้ามาดูความรู้สึกโกรธ กลัว น้อยใจ เสียใจ โดยเข้าใจว่าความรู้สึกเหล่านี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ถ้าเราทำใจสงบนิ่งเพียงครู่เดียว ความไม่สบายใจก็หายไป ถ้าจะคิดก็คิดดีคิดถูก คิดดีคิดถูกก็เพื่อทำให้จิตใจสบาย มีความสุขใจ ถ้าเราเข้าใจจิตใจของเราเองแล้ว ก็จะสามารถทำจิตใจให้มีความสบายใจ มีความสุขใจได้
read more

วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555

คำสอน " ที่ใดมีรัก-ที่นั่นมีทุกข์ " โดยพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก




ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์

          โรงครัวที่ไม่มีน้ำตาล   เกลือ   ก็ไม่ใช่โรงครัว   การปรุงอาหารให้อร่อยก็ต้องใช้น้ำตาล   ใช้เกลือ

ถ้าขาดน้ำตาล   ขาดเกลือรสชาติของอาหารนั้นก็ไม่อร่อย

          ดังนั้นน้ำตาล   และ   เกลือ   จึงเป็นเครื่องปรุงอาหารที่สำคัญ   แต่ในเวลาเดียวกันโทษของ

น้ำตาลและเกลือก็มีมาก   โรคเจ็บไข้ป่วยของคนเราหลายโรคมีสาเหตุมาจากการรับประทานน้ำตาลและ

เกลือมากไป

          บางคนก็บอกว่าน้ำตาลมีแต่โทษไม่มีประโยชน์เลย   แต่ร่างกายก็ต้องการน้ำตาลในปริมาณที่
เหมาะสม

          ดังนั้นจงจำไว้ว่า     ทุกข์เพราะความรักก็มีมากจนบางคร้งก็ดูเหมือน ความรักคือ ความทุกข์

ทุกข์มากๆ ทำใจไม่ได้จนถึงขั้นฆ่าตัวตายทำลายตัวเองก็มีมาทุกยุคทุกสมัย


       
read more

คำสอน " รักที่ไม่มีทุกข์ " โดยพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก



รัก-ที่-ไม่-มี-ทุกข์

          ความรักที่มีแต่สุขไม่มีทุกข์เจือปนนั้นเป็นไปได้   ในทางพระพุทธศาสนาความรักอันบริสุทธิ์ที่จะนำชีวิตไปสู่ความสุขแท้   คือความรักที่จ้องอาศัยคุณธรรมสำคัญ 4 ประการ

1. เมตตา   คือ   ความรัก   ความปรารถนาดีให้เขามีความสุข

2. กรุณา   คือ   ความสงสาร   เมื่อเห็นเขามีความทุกข์   ก็คิดหาทางช่วยเหลือปลดเปลื้องทุกข์ของเขา

3. มุทิตา   คือ   ความยินดีเมื่อเขาได้ดี   เห็นเขาอยู่ดีมีสุขเจริญก้าวหน้า   ก็พลอยแช่มชื่นเบิกบานใจ   ไม่คิดอิจฉาริษยาและพร้อมที่จะส่งเสริม  สนับสนุน

4. อุเบกขา   คือ  ความวางใจเป็นกลางเป็นปกติ   ไม่ยินดี   ยินร้าย   เมื่อใช้ปัญญาพิจารณาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น   เป็นไปตามสมควรแก่เหตุปัจจัยตามกฎแห่งกรรม
read more

คำสอน " การไม่มีคู่เป็นลาภอันประเสริฐ " โดยพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก



" การไม่มีภรรยา เป็นลาภอันประเสริฐ หรือ การไม่มีสามี เป็นลาภอันประเสริฐ " 

ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เช่นนี้    เพื่อเตือนใจว่า " ชีวิตคู่มีทุกข์มีสุขคละเคล้ากันไป   แต่เกือบทุกคู่ทุกข์จะมากกว่าสุข   ตามวัย   ตามสัญชาตญาณของสัตว์โลกมักจะแสวงหาชีวิตคู่แล้วก็เกิดความรัก   ความผูกพันตามมา "  

ความรู้สึกว่าความรักเป็นสิ่งที่สวยงามเป็นสุขอย่างที่สุดนั้น   เป็นความรู้สึกของตัณหาเพื่อที่จะได้รับความสุขนั้น   เหมือนต้องติดหนี้สินมากมาย    เพราะเมื่อได้ดำรงชีวิตคู่ไปแล้วหลายคนกลับรู้สึกว่าตนเองได้คำนวณผิดพลาด   ดอกเบี้ยแพง   ตั้งใจแก้ตัวพยายามอย่างไรก็ติดลบตลอด   มีทุกข์มากมีสุขน้อย   หลายคู่ก็ผิดหวังเหมือนมีหนี้สิน   ชดใช้ไม่รู้จักหมดจักสิ้น
read more

วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

คำสอน " ทุกข์เพราะอกหัก " โดยพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

" ทุกข์เพราะอกหัก "

          เมื่อคนที่เรารักทิ้งเราไปมีคนใหม่   หรือจะเลิกกับเราด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่  ตามธรรมดาเราก็มักเสียใจ  เป็นทุกข์มาก



          คิดดี  คิดถูก  คือ  เริ่มต้นเราจะต้องรักและเมตตาแก่ตนเองก่อน   พระพุทธเจ้าสอนว่า  ความรักเสมอตนไม่มี ตนนั่นแหละที่น่ารักที่สุด   เราควรจะรักตนเอง   มีเมตตาแก่ตัวเราเอง   ธรรมชาติของจิตเราทุกคน   มีความสุขความสบายใจแต่ดั้งเดิมอยู่แล้ว  แต่ความไม่สบายใจ   ความทุกข์ที่เรากำลังมีประสบการณ์อยู่นี้ก็เป็นอุปกิเลส   ความรู้สึกนึกคิดที่เป็นอารมณ์น้อยใจ   เสียใจ   กลัว   โกรธ   อารมณ์ความรู้สึกว่าขาดความรัก   เหงาซึมเศร้าเหล่านี้เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้น   เหมือนเป็นผู้ที่จรเข้ามาเยี่ยมเยือนเรา   เราต้องเข้าใจว่า   จิตเดิมแท้   คือ   ส่วนหนึ่ง  

          อารมณ์ต่างๆ ที่จรเข้ามาก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง   เราไม่ควรยึดมั่นในอารมณ์ต่างๆ  เหล่านี้ว่าเป็นเรา  เป็นของเรา

          หากใจของเราไม่ดี   เพราะกำลังโกรธ   เจ็บใจ   น้อยใจ   เสียใจ   อยู่อย่างนี้   เราจะไปเรียกร้องให้ใครมารักเราได้   เพราะขนาดตัวเองก็ยังไม่รักตัวเองเลย   ใจแบบนี้จะไปเรียกร้องให้คนอื่นมารัก   ก็เป็นการเห็นแก่ตัว


          คนที่เลิกกับเรา   ทิ้งเราไป   ก็ต้องปล่อยเขาไปเพราะไม่ใช่ของเรา   แต่ถ้ามีเหตุปัจจัย   ก็อาจจะได้พบกับคนใหม่ๆ  ที่เข้ามาในชีวิต  หรือถ้าไม่มี  ก็ไม่เป็นไร  ไม่ต้องเดือดร้อนใจ   เพราะอย่างน้อยถ้าเรามีความสบายใจ  เราก็มีความสุขใจ  พอใจในชีวิตปัจจุบันนี้ได้
read more

คำสอน " ทุกข์เพราะความอยาก " โดยพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

" ทุกข์เพราะความอยาก "



          คนเราก็ล้วนมีความอยากหลากหลายไม่สิ้นสุด   อยากจะมีเงินทอง   อยากจะรวย   อยากจะมียศ   มีตำแหน่ง   อยากจะมีแฟน  " ความอยากจะมี " แสดงถึง " ความไม่มี "  ความคิดอยากๆๆ จึงเหมือนดึงดูดความรู้สึกว่าขาด   ดึงความรู้สึกว่าไม่มีให้เด่นชัดขึ้นมา

          คิดดี   คิดถูก   คือ   ให้จินตนาการว่า   เรามีพอเพียงแล้ว   เรามีความสุขความพอใจในสิ่งที่เรามีในการดำเนินชีวิตก็ให้ยึดหลักอิทธิบาท 4  อยากจะมีอะไรก็ตั้งเป้าหมายไว้ตามสมควรแก่ฐานะ   เมื่อปฎิบัติตามหลักอิทธิบาท  4  แล้ว   ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรเราก็มีความสุขอยู่ได้ในปัจจุบัน   เพราะใจเป็นประธาน   ทุกอย่างสำเร็จที่ใจ   เมื่อมีจิตใจดี   มีความสบายใจแล้ว   โอกาสที่ชีวิตจะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาก็มีมากขึ้น   แม้จะรับประกันไม่ได้   เพราะตามธรรมชาติของวัฎสงสารก็ไม่แน่นอน   ไม่มีใครรอดพ้นไปจากความเสื่อมลาภ   เสื่อมยศ   นินทา   ทุกข์ได้   ไม่มีใครในโลกที่สมหวังไปหมดทุกอย่าง   แต่มองดูที่จิตใจ   ถ้าเราทำใจได้มีจิตใจหนักแน่น   เป็นปกติ   มีความสบาย  พอใจในปัจจุบัน   และไม่ตั้งความหวังไว้สูงเกินไป   โอกาสผิดหวังก็จะน้อย


มีความหวังมาก   โอกาสผิดหวังก็มีมาก

มีความหวังน้อย   โอกาสผิดหวังก็น้อย     
                                                                                              
 ไม่ตั้งความหวังอะไร  ก็ไม่ต้องผิดหวัง
read more
Blogger Template by Clairvo