วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555
รักษาใจให้ไกลทุกข์
ที่มา : ilovelibrary
บริหารคนให้สำราญ บริหารงานให้สัมฤทธิ์
DOWNLOAD : http://www.ilovelibrary.com/book_detail_nologin.php?id=06600010924&group=BK-008
ที่มา : ilovelibrary read more
ธรรมะสำหรับเยาวชน
ที่มา : ilovelibrery
รักแท้ คือ กรุณา
ความ รักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราทุกคนอยู่แล้วทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัวสำหรับ ผู้ที่รักอย่างรู้ตัว ที่ใดมีรักที่นั้นก็มีความสุข แต่สำหรับผู้ที่รักอย่างลืมตัว ที่ใดมีรักที่นั้นก็มีทุกข์
หนังสือรักแท้ คือ กรุณา จะทำให้เราเห็นว่า ความรักมีกี่มิติ มีผลดี ผลเสีย และผลข้างเคียงอย่างไร หวังว่าเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้วเราทุกคนจะมีมุมมองต่อความรักด้วย ทรรศนะใหม่ และมีความสุขทุกครั้งเมื่อมีความรัก เนื่องเพราะ รักแท้ คือ กรุณา รักแท้มาเมื่อไหร่ ความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานและการเป็นผู้ให้ก็เกิดขึ้นเมื่อนั้น
ที่มา : ilovelibrary
read more
ทวิสธรรมนำทวิตเตอร์
โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทุกวินาที
เกณฑ์วัดอย่างหนึ่งว่าโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก็คือ สภาพโลกาภิวัตน์
ที่ทำให้พรมแดนของประเทศ พรมแดนของความรู้พรมแดนของศาสนา ภาษา วัฒนธรรม พังทลายลงไป
ในเมืองไทยของเรา บริการโทรเลขของไทยเพิ่งถูกยกเลิกไป
สำนักงานต่างๆ ลดการใช้กระดาษลง หันมาใช้หน้าจอ คอมพิวเตอร์แทน
คนทำงานที่บ้านมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีสามารถเชื่อมโยง ถึงกันหมดทั้งโลก
ไม่ต้องออกจากบ้าน ก็สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ใน บริษัทได้
คนทำงานธนาคารถูกเชิญออกจากงานมากขึ้น เพราะการทำธุรกรรมทางการเงินสามารถทำได้โดยไม่ต้องมาที่ธนาคารไปเสียทุกเรื่อง
โทรศัพท์หนึ่งเครื่องสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร ส่งจดหมาย ดูหนัง ฟังเพลง ส่งคลิปภาพและเสียง ตารางนัดหมาย
นาฬิกาปลุก กล้องถ่ายรูป หรือแม้แต่เป็นโทรทัศน์ กระทั่งโรงหนัง ส่วนตัว
DOWNLOAD : http://www.ilovelibrary.com/book_detail_nologin.php?id=06600010832&group=BK-008
ที่มา : ilovelibrary
read more
วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ธรรมะสบายๆ ...ความสุขเล็กเล็กแค่ ๒๐ บาท
วณิพกคนหนึ่ง หิวข้าวมาก ต้องการเงินสัก ๒๐ บาท เพื่อไปซื้อข้าวกิน ขอทั้งวันได้ไม่พอซื้อ จึงไปขอท่านเศรษฐใจบุญดีกว่า รบกวนท่านอีกสักครั้ง
"ท่านเศรษฐีอยู่ห้องพระ ไปนั่งรอท่านที่หน้าห้องได้"
ลูกน้องเศรษฐี แจ้งแก่ วณิพกอย่างคุ้นเคยกันเอง โชคดีเหลือเกินนั่งรอแป๊ปเดียว เศรษฐีไหว้พระเสร็จพอดี แต่ได้ยินเสียงท่านขอพร พอจับใจความได้
"สาธุ ด้วยอานิสงส์ของการไหว้พระสวดมนต์ ขอให้ข้าพเจ้าร่ำรวยมีเงินอีกสัก ๑๐ ล้าน บ้านอีกสัก ๑๐ หลัง รถอีกสัก ๕ คัน มีเมียอีกสัก ๕ คน..."
แค่นั่นแหล่ะ วณิพกลุกเดินกลับทันที เศรษฐีเห็นก็ร้องทักด้วยความเป็นห่วง
"อ้าวจะไปไหน มีใครให้อะไรหรือยัง"
"ผมไม่ขอท่านแล้วครับ ผมสงสารท่านเศรษฐี ครับ"
"อุ๊ว่ะ สงสารข้าทำไมกัน ข้ามีเยอะไม่ต้องเกรงใจ"
"ผมเพิ่งรู้ความจริง วันนี้เองว่า ท่านเศรษฐีไม่ได้รวยจริงหรอก ครับ ยากจนกว่าผมอีก" วณิพกเอ่ยบอก
"ว่ะ ไอ้นี่พูดแปลก ข้ารวย จะบอกว่าข้ายากจนกว่าแก่ยังไง งง จริงๆ"
"ผมขาดแค่ ๒๐ บาท แต่ท่านขาดตั้ง ๑๐ ล้าน ขาดบ้านตั้ง ๑๐ หลัง ขาดรถ ๕ คัน ขาดเมียตั้ง ๕ คน แสดงว่าท่านจนกว่าผมชิครับ" วณิพกเอ่ย
"อืม...?? (ลึกซึ้ง)..." ท่านเศรษฐีเข้าใจ
คุณโยมล่ะ แจ่มแจ้งหรือยัง ทุกอย่างจบที่คำว่า พอ รู้จัก เข้าใจคำนี้ก็สุขได้ มีเงินมากแค่ไหนล่ะจึงจะมีความสุข บ้านหลังใหญ่ขนาดไหนจึงมีความสุข
แค่พอใจ พอเพียง เข้าใจ และใช้ประโยชน์คุ้มที่สุด ความสุขก็ไม่ไปไหนเสีย
จน คือ ไม่มี แต่ก็มิใช่ความทุกข์
รวย คือ มีมาก แต่ใช่จะมีความสุข
เด็กบางคน มีตุ๊กตาตัวเดียว ก็มีความสุขแล้ว เพราะสามารถเล่นเพลินได้ทั้งวัน เด็กบางคน มีเงินแค่ ๒๐ - ๓๐ บาท ก็บอกว่ารวยแล้ว เพราะสามารถซื้อขนมที่อยากกินได้
ผู้ใหญ่หลายคน มีรถ มีบ้าน คนบางคน มีมือถือดี ๆ มีนาฬิกาแพงๆ บ้านบางหลัง มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย แต่เราก็ยังไปหาความสุขที่อื่น หรือ ไปหาความสุขนอกบ้านอยู่เรื่อยๆ
เพราะอะไร?
ที่มา : หนังสือ ธรรมะสบายๆ read more
วณิพกคนหนึ่ง หิวข้าวมาก ต้องการเงินสัก ๒๐ บาท เพื่อไปซื้อข้าวกิน ขอทั้งวันได้ไม่พอซื้อ จึงไปขอท่านเศรษฐใจบุญดีกว่า รบกวนท่านอีกสักครั้ง
"ท่านเศรษฐีอยู่ห้องพระ ไปนั่งรอท่านที่หน้าห้องได้"
ลูกน้องเศรษฐี แจ้งแก่ วณิพกอย่างคุ้นเคยกันเอง โชคดีเหลือเกินนั่งรอแป๊ปเดียว เศรษฐีไหว้พระเสร็จพอดี แต่ได้ยินเสียงท่านขอพร พอจับใจความได้
"สาธุ ด้วยอานิสงส์ของการไหว้พระสวดมนต์ ขอให้ข้าพเจ้าร่ำรวยมีเงินอีกสัก ๑๐ ล้าน บ้านอีกสัก ๑๐ หลัง รถอีกสัก ๕ คัน มีเมียอีกสัก ๕ คน..."
แค่นั่นแหล่ะ วณิพกลุกเดินกลับทันที เศรษฐีเห็นก็ร้องทักด้วยความเป็นห่วง
"อ้าวจะไปไหน มีใครให้อะไรหรือยัง"
"ผมไม่ขอท่านแล้วครับ ผมสงสารท่านเศรษฐี ครับ"
"อุ๊ว่ะ สงสารข้าทำไมกัน ข้ามีเยอะไม่ต้องเกรงใจ"
"ผมเพิ่งรู้ความจริง วันนี้เองว่า ท่านเศรษฐีไม่ได้รวยจริงหรอก ครับ ยากจนกว่าผมอีก" วณิพกเอ่ยบอก
"ว่ะ ไอ้นี่พูดแปลก ข้ารวย จะบอกว่าข้ายากจนกว่าแก่ยังไง งง จริงๆ"
"ผมขาดแค่ ๒๐ บาท แต่ท่านขาดตั้ง ๑๐ ล้าน ขาดบ้านตั้ง ๑๐ หลัง ขาดรถ ๕ คัน ขาดเมียตั้ง ๕ คน แสดงว่าท่านจนกว่าผมชิครับ" วณิพกเอ่ย
"อืม...?? (ลึกซึ้ง)..." ท่านเศรษฐีเข้าใจ
คุณโยมล่ะ แจ่มแจ้งหรือยัง ทุกอย่างจบที่คำว่า พอ รู้จัก เข้าใจคำนี้ก็สุขได้ มีเงินมากแค่ไหนล่ะจึงจะมีความสุข บ้านหลังใหญ่ขนาดไหนจึงมีความสุข
แค่พอใจ พอเพียง เข้าใจ และใช้ประโยชน์คุ้มที่สุด ความสุขก็ไม่ไปไหนเสีย
จน คือ ไม่มี แต่ก็มิใช่ความทุกข์
รวย คือ มีมาก แต่ใช่จะมีความสุข
เด็กบางคน มีตุ๊กตาตัวเดียว ก็มีความสุขแล้ว เพราะสามารถเล่นเพลินได้ทั้งวัน เด็กบางคน มีเงินแค่ ๒๐ - ๓๐ บาท ก็บอกว่ารวยแล้ว เพราะสามารถซื้อขนมที่อยากกินได้
ผู้ใหญ่หลายคน มีรถ มีบ้าน คนบางคน มีมือถือดี ๆ มีนาฬิกาแพงๆ บ้านบางหลัง มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย แต่เราก็ยังไปหาความสุขที่อื่น หรือ ไปหาความสุขนอกบ้านอยู่เรื่อยๆ
เพราะอะไร?
ที่มา : หนังสือ ธรรมะสบายๆ read more
งานสำเร็จเพราะ...รู้จักให้
การงานในทุกองค์กรหรือทุกหน่วยงานจะประสบความสำเร็จได้เพราะรู้จักให้ เพราะการให้เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ปราชญ์เมธี ท่านจึงกล่าวว่า "มือของผู้ให้ย่อมอยู่เหนือมือของผู้รับ" ท่านทั้งหลายลองสังเกตดูนะว่า เวลาเราให้อะไรกับใครสักอย่างมือเราจะอยู่เหนือเขาเสมอ อย่าเถียงนะว่าไม่เสมอไป (เดี๋ยวต้องอธิบายต่อ)
การทำงานในองค์กรที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องรู้จักให้ถ้าให้ให้เป็น เห็นจะเป็นใหญ่ได้ ถ้าให้ไม่เป็น เห็นจะเป็นใหญ่ยาก เพราะเมื่อเราให้สิ่งใด เราย่อมได้ส่งนั้นตอบคือ การให้เกียรติให้กำลังใจกัน ให้คำพูดชื่นชม ให้คำแนะนำแก่กัน ให้โอกาส ให้เวลา ให้อภัย ให้น้ำใจ ให้ความรัก ให้รอยยิ้มแก่กันและกัน
สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ "การให้น้ำใจ" เพราะการให้น้ำใจ จะเป็นสิ่งผูกการให้ทุกอย่างไว้ด้วยกัน จะทำให้เป็นที่รักที่ชื่นชอบของคนอื่นๆ ผู้ที่มีน้ำใจส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีอารมณ์ดี มักมองโลกในแง่ดี มีความคิดทางบวก (Positive Thinking) พร้อมที่จะช่วยเหลือและให้ความร่วมมือกับผู้อื่นเสมอ โดยมากบุคคลประเภทนี้จะตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เนื่องจากมีบารมีที่คุ้มครองตนเองอยู่ โดยไม่รู้ตัว
จึงมีคำพูดที่น่าฟังว่า "น้ำบ่อน้ำคลอง ก็เป็นรองน้ำใจ น้ำไหนไหน ก็สู้น้ำใจไม่ได้"
จงทำใจให้เต็มไปด้วยคำพูดที่ว่า "มีอะไรให้ฉันช่วยไหม" คือการแสดงน้ำใจ แทนที่จะพูดว่า "ช่วยฉันหน่อยได้ไหม"
"โง่ไม่เป็น เป็นใหญ่ยาก ถ้าโง่มากก็ยากจะเป็นใหญ่"
ที่มา : หนังสือ ผ่านทุกข์ ก็เจอสุข
read more
การงานในทุกองค์กรหรือทุกหน่วยงานจะประสบความสำเร็จได้เพราะรู้จักให้ เพราะการให้เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ปราชญ์เมธี ท่านจึงกล่าวว่า "มือของผู้ให้ย่อมอยู่เหนือมือของผู้รับ" ท่านทั้งหลายลองสังเกตดูนะว่า เวลาเราให้อะไรกับใครสักอย่างมือเราจะอยู่เหนือเขาเสมอ อย่าเถียงนะว่าไม่เสมอไป (เดี๋ยวต้องอธิบายต่อ)
การทำงานในองค์กรที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องรู้จักให้ถ้าให้ให้เป็น เห็นจะเป็นใหญ่ได้ ถ้าให้ไม่เป็น เห็นจะเป็นใหญ่ยาก เพราะเมื่อเราให้สิ่งใด เราย่อมได้ส่งนั้นตอบคือ การให้เกียรติให้กำลังใจกัน ให้คำพูดชื่นชม ให้คำแนะนำแก่กัน ให้โอกาส ให้เวลา ให้อภัย ให้น้ำใจ ให้ความรัก ให้รอยยิ้มแก่กันและกัน
สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ "การให้น้ำใจ" เพราะการให้น้ำใจ จะเป็นสิ่งผูกการให้ทุกอย่างไว้ด้วยกัน จะทำให้เป็นที่รักที่ชื่นชอบของคนอื่นๆ ผู้ที่มีน้ำใจส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีอารมณ์ดี มักมองโลกในแง่ดี มีความคิดทางบวก (Positive Thinking) พร้อมที่จะช่วยเหลือและให้ความร่วมมือกับผู้อื่นเสมอ โดยมากบุคคลประเภทนี้จะตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เนื่องจากมีบารมีที่คุ้มครองตนเองอยู่ โดยไม่รู้ตัว
จึงมีคำพูดที่น่าฟังว่า "น้ำบ่อน้ำคลอง ก็เป็นรองน้ำใจ น้ำไหนไหน ก็สู้น้ำใจไม่ได้"
จงทำใจให้เต็มไปด้วยคำพูดที่ว่า "มีอะไรให้ฉันช่วยไหม" คือการแสดงน้ำใจ แทนที่จะพูดว่า "ช่วยฉันหน่อยได้ไหม"
"โง่ไม่เป็น เป็นใหญ่ยาก ถ้าโง่มากก็ยากจะเป็นใหญ่"
ที่มา : หนังสือ ผ่านทุกข์ ก็เจอสุข
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)















